Art & illustration base in Thailand. commission open IG:bomfhaa_ | #Bomfha_CM | ติดต่องาน line: @bomfhawork /bomfha.work@gmail.com เท่านั้น Shop Click link
ช่วงนี้สภาพอารมณ์เหมือนฟ้าครึ้มมาก ไม่ทุกข์แต่ก็ไม่สุข งานรุมๆ มีหลายอย่างให้จัดการมาก
ศูนย์การเรียนรู้เมืองฉะเชิงเทรา วันธรรมดาเงียบเหงาหน่อย แต่บรรยากาศดีมาก น่านั่งทำงานอ่านหนังสือมาก ใครที่อยู่ละแวกนี้ ชวนแวะไปเพิ่ม traffic นะคะ **รีวิวในฐานะประชาชนค่ะะ
จากประสบการณ์พบทั้งจิตแพทย์และนักจิตบำบัด ทั้งคู่บอกตรงกันว่าถ้าอยากสุขภาพจิตดี = ไปออกกำลังกาย จะเวท จะคาร์ดิโอทำเถอะ มันได้ผลจริง สุขภาพจิตดีขึ้นจริง เวลาเริ่มอย่าทำหนัก เริ่มวิ่งครั้งแรก 100 เมตรก็ยังดี วันไหนไม่ไหวจริงๆวิดพื้นสามทีก็ยังดี เดี๋ยวรูทีนมันมาเอง ขอให้ทำทุกวัน ทุกวันนี้เข้ายิมเพราะสุขภาพจิตเป็นหลัก หุ่นดีเป็นเรื่องรอง
ชัดไงแสดงว่า ของจริง 1000%
สรุปเหตุการณ์โหราศาสตร์ 4 เดือนสุดท้ายของปี 69 - ปลายสิงหา จันทรุ ราศีมีน การจบอะไรบางอย่างที่ไม่โอเคแล้ว - กันยา นิวมูนในกันย์ การเริ่มต้นงานใหม่ โปรเจคใหม่ การออกกำลังกายใหม่ - ตุลา - พย ดาวศุกร์/พุธถอยหลัง พิจิก- ตุลย์ ใครมีดาวในตุลย์กับพิจิกจะได้รับผลกระทบ ส่วนมากเป็นเรื่องงาน และคสพ เก่าๆจะมีกลับมาให้ทบทวน - venus cazimi ปลาย ตค ศุกร์โคจรใกล้โลกมากที่สุด คสพ ลึกซึ้งมากขึ้น - full moon x uranus ปลายเดือน พย ใน มิถุน ข่าวสะเทือนโลกวงการเทคโนโลยี - ธค new moon ใน ธนู การเริ่มต้นบางอย่างที่จิตอิสระ อยากทำไรทำ ดูแบบเต็มแต่ละลัคนาราศีได้ที่ด้านล่าง
เริ่มเข้าใจกันรึยังคะ ว่าทำไมปัญหาภาคใต้ไม่เคยแก้ได้ แมวป่าเองก็สายทหาร รู้จักทหารเยอะจากธุรกิจที่ทำกับทหาร นายพันคนนึงยังเล่าให้ฟังว่า มันได้กินกันหมด ตั้งแต่ตัวเล็กยันนายใหญ่ นายเอาชื่อพวกกำลังพลตัวเล็กลงใต้ แต่ตัวอยู่ค่าย นายรับเบี้ยแทน ใจดีหน่อยก็ 30/70 🤭 ไหนจะซื้ออาวุธ ยานพาหนะ ซื้อโน่นนี่ ๆลๆ ทำไมนายพลถึงรวยแทบทุกคน เพราะรักชาติเหรอ 🤣 ป่าวค่ะ รัก % จัดซื้อต่างหาก 🤣 เรื่องสงครามไทยเขมรอีกนะ ไว้จะมาเบิกตาให้ฟังค่ะ เบื่อคนไทย ชอบโดน Psyop ชั้นต่ำของพวก IO จากอี กอ.รมน นี่แหล่ะ อินมาก เย้วๆทั้งประเทศ นายทหารใหญ่ยิ้มปากมัน ได้ไปเป็นพันล้าน กว่าคนไทยจะเริ่มรู้ตัว ก็ปาไปจะครึ่งปี ถึงบอกว่า ประเทศที่ประชากรไม่ฉลาด ชาติมันไม่เจริญค่ะ #นราธิวาส #ปัตตานี #ยะลา #ก่อการร้าย #กอรมน #ยุบกอรมน #โจรใต้
พอมีข่าวว่าผักที่เชียงรายมีโลหะหนักปนเปื้อน แถมปนเปื้อนมานาน 8 เดือน กรมควบคุมโรคออกมาบอกว่า ผักที่ปนเปื้อนมันกินได้ ร่างกายเรากำจัดออกได้ คือมันกำจัดได้ก็จริงแต่ถ้าไม่แก้ต้นตอ มันจะเลิกปนเปื้อนไหมล่ะพี่ พูดจาหมาๆ จริงๆ ส้นตีน สมควรเอาผักไปให้แม่มันกินแล้วยุบกรมทิ้งถ้าทำงานแบบนี้
🇸🇬 👶🏻 ถ้าคนสิงคโปร์มีลูก สิ่งที่เขาจะได้คือ .... - เงินขวัญถุง รัฐโอนเงินเข้าบัญชีให้ฟรีทันทีหลังคลอด ~135,000 บาท ไม่ต้องออมเงินก่อน - สนับสนุนให้ออม ถ้าพ่อแม่ออมเงินเข้าบัญชีพัฒนาการเด็ก รัฐออกให้อีกเท่านึง สูงสุด ~380,000 บาท - เงินขวัญถุงสำหรับการมีลูก โอนให้ทุกปี จนถึงอายุ 6 ขวบ ~270,000 บาท . - เจ็บป่วยช่วยดูแล เงินเข้าบัญชีสุขภาพ ไว้เวลาเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ~135,000 บาท - ค่าเรียนไม่ต้องห่วง เงินเข้าบัญชีการศึกษา เป็นค่าเทอม ค่าเรียนเสริมทักษะ ~50,000 บาท ต่อปี - เด็กอายุ 17 ปี เงินเข้าบัญชีเพื่อการศึกษามหาลัย ~250,000 บาท - ลดค่าเทอมเต็มหลอด จนแทบจะเรียนฟรี - เด็กประถม ค่าเทอมปีละ ~4,200 บาท - เด็กมัธยม ค่าเทอมปีละ ~8,400 บาท - ย้ำว่าหน่วยเป็นปีนะ . - แม่ลาคลอดได้ 3 เดือนครึ่ง (16 สัปดาห์) ได้เงินเดือนเต็มทุกเดือน - รัฐประกาศให้พ่อแม่มี "วันลาเพื่อดูแลลูก" สามารถลางานได้ 8 วันต่อปี ไปใช้เวลากับลูก - ถ้ามีลูก 2 คน ลาเพื่อดูแลลูกได้ 10 วันต่อปี - ถ้ามีลูก 3 คน ลาเพื่อดูแลลูกได้ 12 วันต่อปี - พ่อแม่สามารถขอลาแบบไม่รับค่าจ้างเพื่อเลี้ยงลูกได้ 24 วันต่อปี - บริษัทในสิงคโปร์ต้องมีนโยบายยทดหยุ่นในการทำงาน เช่น WFH กรณีพนักงานที่มีลูกแล้ว . - พ่อแม่ที่มีลูก ได้สิทธิ์จับสลากแฟลตราคาพิเศษของรัฐบาล ก่อนคนอื่น - ยิ่งมีลูกมาก ยิ่งได้สิทธิมาก - ให้สิทธิเช่าบ้านราคาต่ำกว่าตลาด - รัฐสนับสนุนให้แม่ไปทำงาน ช่วยจ่ายค่าศูนย์เลี้ยงดูเด็ก (Nursery) ให้เดือนละ ~23,000 บาท - บ้านไหนเงินเดือนน้อย รัฐจ่ายค่าช่วยเลี้ยงเด็กเพิ่มให้อีก สูงสุด ~12,000 บาท - รัฐช่วยบริษัทที่ทำ Nursery เพื่อให้ค่าบริการไม่แพงจนเกินเพดาน พ่อแม่ฝากเลี้ยงลูกได้ . - ครอบครัวไหนมีลูกยาก รัฐช่วยจ่ายค่าทำเด็กหลอดแก้ว สูงสุด 75% ของค่าใช้จ่ายในรพ.รัฐ - บ้านไหนอยากมีลูกมาก ขอถอนเงินจากบัญชีเพื่อการเลี้ยงบุตรล่วงหน้าได้ เพื่อทำเด็กหลอดแก้ว . นี่คือกองทัพนโยบายดีๆ ของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่เพิ่งประกาศเพิ่มเติมเมื่อวานนี้ สนับสนุนให้หนุ่มสาวมีลูก ดันทุกทาง ช่วยทุกอย่าง ถ้าอ่านดีๆ คือไล่ตั้งแต่การมีลูก การศึกษา การใช้เวลากับเด็ก ระบบที่อยู่อาศัย ที่น่าสนใจคือแนวทางสนับสนุนให้แม่ออกไปทำงานได้ด้วย ทุกนโยบายได้รับเสียงปรบมือจากคนในประเทศ รวมถึงทั่วโลก ไม่ขอเปรียบเทียบกับประเทศใดๆ แค่เอามาเล่าให้ฟังเฉยๆ ฮะ / Khajochi's Blog
อยากรู้ แล้วคนเฒ่าคนแก่ที่บ้านเราจะทำยังไง เราไปดำเนินการแทนได้เลยไหม
แล้วแม่งเป็นผักกาด ไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ แชมพูมันสระผักได้ไง ละเปลี่ยนจากใบหยิกเป็นใบเรียบคนละสายพันธุ์เฉย พิลึกไปหมด ดูแล้วไม่น่าใช้เลย ใส่ญ่าเข้ามาก็เอาไม่อยู่
ใครจำได้ไหมหลังน้ำท่วมหาดใหญ่ รัฐบาลจัดการไม่ดี ทั้งตอนก่อนน้ำท่วมและหลังน้ำท่วม คนไทยเริ่มด่า นักข่าวเริ่มทำข่าว สุดท้ายมีการบึ้มๆ แถวชายแดน คนไทยหันไปด่าเขมรต่อ ทิ้งให้คนหาดใหญ่งง ตอนน้ำท่วมเงียบไม่ตีกันเขมรใจดีจัง สงครามมันเลือกจังหวะเวลาได้ด้วย ทั้งที่อยู่คนละภาคกันเลย ละครฉากใหญ่ ที่เลือกชายแดนใต้ เพราะเขมรจะเปิดด่านแล้ว
นับถอยหลัง 5 เดือนสุดท้าย พี่จะหมดหนี้แล้ว อิสรภาพพพ😭😭
สิ่งนี้ดีมากขอแนะนำต่อ https://bookcovercontract.netlify.app/ เว็บช่วยร่างสัญญาสำหรับนักออกแบบปกหนังสือโดยเฉพาะ โดย สหภาพนักออกแบบปก
นี้คือศิลปินหญิงที่ทรงอิทธิพลมากคนนึงในยุค 2000 พี่พั้นช์เป็นนักร้องที่ร้องสดเพราะเหมือนเปิดแผ่น ละปล่อยเพลงอะไรมาก็ดัง เป็นศิลปินหญิงที่มีลุคห้าวเท่แต่ก็สวยหวาน เสียงเพราะมาก ได้เป็นนางเอกละครด้วย เป็นไอดอลของหลายๆคน มีแต่คนอยากตัดผมตามพี่พั้นช์ และผ่านมาหลายปีเสียงพี่พั้นช์ก็ยังคงสะกดคนฟัง ชอบนักร้องยุคก่อน เสียงคุณภาพและร้องชัดถ้อยชัดคำ ทำให้เพลงเพราะมาก และอยากกรี๊ดเพลงเราคงต้องเ ป็นแฟนกันเวอร์ชั่นนี้ พี่พั้นช์ร้องสด โดยมีพี่หนึ่ง ETC มาคอรัสด้วย 🥹
ศาลเจ้าพ่อเสือ เยาวราช ที่ 1 เรื่องงาน เรียน ความสำเร็จ 🌞 หลายคนไปไหว้ที่นี่เรื่องเรียน พอเรียนจบเป็นคนใหญ่คนโตไปหลายคนแล้ว
ขของจริงสีสวยมากก ยังสามารถสั่งพรีกันได้น้า 🫶🫶
วิธีพูดภาษาอังกฤษตามระดับ CEFR “ผมหยุดคิดถึงเขาไม่ได้เลย” A1 = I keep thinking about him C1 = I’ve tried to put him out of my mind, but somehow, he always finds his way back in. F1 = We'll probably have George crying on the radio about the pit release, but it was nothing unsafe.
คุณมองออกไหม? จากเหตุ #นราธิวาส #ปัตตานี #ยะลา #3จังหวัดชายแดนใต้ ช่วงค่ำวันที่ 22 ส.ค.2569 - ความไม่สงบเกิดพร้อมกัน 51 จุด ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ - มีคนลงมือทำเป็นขบวนการ แต่ไม่มุ่งเอาชีวิตคน - ทั้งเผาร้านสะดวกซื้อ ระเบิดซ้ำ เผาทรัพย์สิน โปรยตะปูเรือใบขวางถนน และขโมยรถ อบต.-ระเบิดรถยนต์ไฟไหม้ - แต่รัฐไม่รู้ล่วงหน้าเลยสักจุด และจับใครไม่ได้เลย - เหตุเกิดคืนก่อนเริ่มงานแฉสว.ครั้งใหญ่ที่สุด ถ้าลองคิดทบทวน จะนึกถึงบทสัมภาษณ์ที่ #พิธาลิ้มเจริญรัตน์ ให้ความคิดกับสังคมไว้ล่าสุดนี้ ผ่านรายการของมติชน เขากล่าวว่า “เขาตั้งใจทำ ให้คุณไม่มีสมาธิ” “ถ้าเป็นที่อเมริกา เขาใช้คำว่า ‘Muzzle Velocity’ คนที่พูดคำนี้คือ Steve Bannon ที่เคยใกล้ชิดกับประธานาธิบดี Donald Trump Muzzle Velocity = การยิงกระสุน Whip lash ยิงเร็วมาก เขาจะยิงเรื่องเข้าสู่สังคมทุกวัน จนกระทั่งพวกคุณไม่มีสมาธิ ขนาดสื่อมวลชนยังไม่สามารถที่จะ Synthesize (สังเคราะห์) แล้วนับประสาอะไรกับประชาชนธรรมดา ต้องทำมาหากินทุกวัน ไม่มีเวลามานั่งคอยย่อยข่าว ผมคิดว่า คนที่ต้องการกุมอำนาจนานๆ เขาทำให้เราไม่สามารถตั้งหลักได้ เขาจะยิงเรื่องแปลกๆ เรื่องอะไรก็ไม่สน ยิบๆ ย่อยๆ ให้เข้าสู่ระบบทุกวัน จนกระทั่งเราไม่เห็นภาพใหญ่ หรือกลบภาพใหญ่ ให้เราไม่สามารถ Synthesize มันได้” เมื่อใดก็ตามที่ประชาชนสามารถเกาะติดเรื่องสำคัญ ตั้งคำถามกับโครงสร้างอำนาจ และติดตามการตรวจสอบทุจริตหรือนโยบายสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เมื่อนั้นอำนาจย่อมตกอยู่ในมือของประชาชน แต่หากฝ่ายกุมอำนาจไม่อยากให้ประชาชนตั้งหลักได้ กลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองแบบใหม่จึงถูกนำมาใช้—นั่นคือการทำให้สังคม "มึนชาและหลุดโฟกัส" ทฤษฎีต้นแบบจากสหรัฐฯ: "Flood the Zone" และ "Muzzle Velocity" สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเรื่องลอยๆ แต่มีหลักฐานเชิงยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่ได้รับการยืนยันและยอมรับกันทั่วโลก โดยมีที่มาจากที่ปรึกษาฝ่ายขวาในอเมริกาอย่าง สตีฟ แบนนอน (Steve Bannon) อดีตหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ของโดนัลด์ ทรัมป์ 🟢 Strategic Concept 1: "Flood the Zone with Shit" แบนนอนเคยลั่นวาจาไว้อย่างตรงไปตรงมาต่อสื่อมวลชนว่า: "ฝ่ายค้านจริง ๆ ไม่ใช่พรรคเดโมแครต แต่คือ 'สื่อมวลชน' และวิธีจัดการกับสื่อก็คือการ 'สาดขยะข่าวสารให้ล้นพื้นที่' (Flood the zone with shit)" ความหมายเชิงพฤติกรรม: แทนที่จะใช้วิธีเซ็นเซอร์ข่าวแบบยุคเก่า (ซึ่งทำได้ยากในยุคอินเทอร์เน็ต) ฝ่ายกุมอำนาจจะเปลี่ยนมาใช้เทคนิค "สร้างขยะข่าวสาร" ยิงเรื่องดราม่า ประเด็นไร้แก่นสาร ข่าวลือ ข่าวสแกนดัลยิบย่อย หรือการพูดจาโพล่งดึงซีนเข้าสู่ระบบทุกวันวันละหลายๆ เรื่อง เพื่อให้พื้นที่ข่าวในสื่อและโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วย "เสียงรบกวน" (Noise) จนข่าวที่เป็นสาระสำคัญและผลประโยชน์ของประชาชนถูกกลบจนหายไป 🟢 Strategic Concept 2: "Muzzle Velocity" (ความเร็วปากกระบอกปืน) แบนนอนอธิบายกลยุทธ์นี้ว่าเป็นการส่งเรื่องราวเข้าสู่สังคมด้วยความเร็วและปริมาณมหาศาลแบบ "Bang, Bang, Bang" ดั่งกระสุนพุ่งออกจากปากกระบอกปืน เพื่อทำให้สื่อมวลชนและประชาชนไล่ตามไม่ทัน เมื่อทุกคนมัวแต่วิ่งไล่ตามงับประเด็นใหม่ของวันนี้ ประเด็นทุจริตหรือการใช้อำนาจมิชอบของเมื่อวานก็ถูกลืมเลือนไปโดยปริยาย ประชาชนจะ "ตั้งหลัก" และก้าวทันเกมนี้ได้อย่างไร? : เมื่อเราเห็นแล้วว่า "ความวุ่นวาย" ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น "กลยุทธ์ทางการเมือง" สิ่งที่ประชาชนต้องทำเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกปั่นหัว มีดังนี้: - ดึงสมาธิกลับมาที่ "ภาพใหญ่" (Focus on Big Picture): เมื่อมีประเด็นดราม่าร้อนแรงเกิดขึ้นในสังคม ให้ลองหยุดตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ในช่วงเวลานี้ มีกฎหมาย นโยบาย หรือคดีความสำคัญอะไรของรัฐบาล/ผู้มีอำนาจ ที่กำลังเดินหน้าอยู่เงียบ ๆ หลังฉากหรือไม่?" - ปฏิเสธการเป็นเหยื่อความเร็ว (Slow Down News Consumption): ไม่จำเป็นต้องงับทุกประเด็นในทันที ข่าวที่เป็นเพียงเสียงรบกวนจะหายไปในเวลา 24-48 ชั่วโมง แต่ข่าวที่เป็นเรื่องโครงสร้างจะยังคงอยู่ - สนับสนุนสื่อที่ทำหน้าที่ Synthesize: ให้คุณค่าและสนับสนุนสื่อมวลชนหรือนักวิเคราะห์ที่เน้นการรวบรวมข้อมูล สรุปภาพรวม จับต้นชนปลาย และรายงานข่าวสืบสวนสอบสวน มากกว่าสื่อที่เน้นพาดหัวข่าวเรียกทัวร์ลงรายวัน กล่าวโดยสรุปว่า อำนาจของประชาชนเริ่มต้นที่ "สมาธิและการตั้งหลัก" หากเราไม่ปล่อยให้เสียงรบกวนรายวันมาดึงความสนใจ เราจะมองเห็นโครงสร้างอำนาจที่แท้จริง และสามารถตรวจสอบผู้กุมอำนาจได้อย่างตรงจุด ไม่หลงทางไปกับควันพิษทางข้อมูลข่าวสารที่ถูกสร้างขึ้นมาล่อสายตาเราอีกต่อไป จงมี Literacy กับการเสพข้อมูลข่าวสารในยุคนี้เสมอครับ มองให้ออก ว่ารัฐกำลังวางหมากอะไรไว้กับพวกเรา ณ ขณะนี้ครับ #ตุ๊ดส์review ====== FACEBOOK POST : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1651232593234365&set=a.808136554210644 ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : http://facebook.com/tootsyreview/ https://x.com/tootsyreview https://www.threads.net/@tootsyreview/ http://instagram.com/tootsyreview/ http://youtube.com/@tootsyreview http://tiktok.com/@tootsy_review https://lemon8-app.com/tootsyreview
เรื่องนี้จริง ผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงานใน สิงคโปร์ ถึง 5ปี ปกติเป็นคนไม่ชอบเที่ยว แม้วันหยุดก็ยังทำงาน จะว่าสิงคโปร์เป็นเกาะเล็กก็ไม่ใช่ เพราะผมก็เคยทำงานที่มัลดีฟ มา 3ปี ซึ่งเล็กว่า สิงคโปร์มาก ยังรู้สึกได้ว่ามันแห้งแล้งจริง แน่นอน “แห้งแล้ง” ของสิงคโปร์ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไรให้ทำ และไม่ได้แปลว่าเมืองไม่สวยหรือไม่มีชีวิตชีวา แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่เกิดจาก “ลักษณะของสภาพแวดล้อมทางสังคม” สิงคโปร์มี “ความเป็นระเบียบ” สูงจนแทบไม่มี friction เมืองถูกออกแบบให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเดินทางและใช้ชีวิตทำได้ง่าย ปลอดภัย สะอาด กฎระเบียบค่อนข้างชัดเจนและมีขั้นตอนน้อย พื้นที่สาธารณะถูกจัดการอย่างดี และทุกสิ่งคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ปัญหาคือ ความมีชีวิตของเมืองนั้น มาจากการใช้ชีวิตของมนุษย์ ชีวิตมนุษย์จริง ๆ มีความยุ่งเหยิง มีเสียง มีความไม่แน่นอน มีเรื่องบังเอิญ มีคนแปลก ๆ เดินเข้ามาในชีวิต มีร้านที่ไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือไม่ มีตรอกที่ไม่รู้ว่าวันนี้ข้างในมีอะไร แต่เมืองที่ถูก optimize มาอย่างดี จะค่อย ๆ ลดสิ่งเหล่านี้ลง เมื่อคุณต้องอยู่กับเมืองแบบนี้นานมากพอ มันจึงให้ความรู้สึกราวกับว่า ทุกอย่างในชีวิตถูกจัดวางไว้หมดแล้ว แต่แทบไม่มีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นเอง ผู้คนที่นั่นใช้ชีวิตกับความสัมพันธ์ที่มีลักษณะเป็น functional ไม่ว่าจะเป็น network หรือ business contact ที่ต้องมุ่งหวังผลลัพธ์บางอย่างอยู่ตลอดเวลา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนสิงคโปร์ไม่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนะครับ แต่ตัวเมืองมีผู้คนจำนวนมากที่ชีวิตผูกติดอยู่กับ work, income, career, housing และ efficiency ตลอดเวลา แม้ยามว่าง เมื่อเดินอยู่ในเมือง คุณก็ยังสัมผัสได้ว่าผู้คนกำลัง ใช้งานเมือง มากกว่ากำลัง ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง บางครั้ง เมืองที่ไม่เป็นระเบียบ มีความparadoxically กลับสร้าง texture และสีสันให้กับชีวิตมากกว่าอย่างน่าประหลาด ผมคิดว่าตรงนี้ใกล้กับคำว่า sterile ที่โพสต์พูดถึงที่สุด Sterile ไม่ได้แปลว่า สะอาด เป็นระเบียบอย่างเดียว ในบริบทนี้มันมีความหมายประมาณว่า สะอาดจนแทบไม่มีความยุ่งเหยิง เป็นระเบียบจนแทบไม่มีความบังเอิญ ปลอดภัยจนแทบไม่มีความเสี่ยง มีประสิทธิภาพจนแทบไม่มีความฟุ่มเฟือยของชีวิต และนี่อธิบายได้ว่าทำไม คนที่อยู่ในสิงคโปร์ พอออกมาข้างนอก พวกเค้าถึงรู้สึก ได้สลัด Sterile ออกไป เพราะสิ่งที่หายไปไม่ใช่ “สถานที่ใช้ชีวิต”… แต่คือ serendipity หรือความบังเอิญที่จะทำให้ชีวิตมีเรื่องเล่า ซึ่งได้เหือดแห้งหายไปนั่นเอง